อยากจะบ่นวันลอยกระทง

posted on 03 Nov 2009 01:17 by legend-poon

           ไม่ได้อัพเดทเรื่องราวและบทความหรือผลงานเลยช่วงนี้ หลังจากมาทำงานประจำแล้ว ชีวิตก็เปลี่ยนไปพอสมควร หลายอย่างก็ดูแปลกใหม่ขึ้น แต่จากที่ทำงานก็ยังรู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเราเราเลยแฮะ แต่อย่างน้อยก็ได้ประสบการณ์ เอาล่ะมาเข้าเรื่องราวของวันลอยกระทงกันบ้าง ย้อนไปเมื่อประมาณ 3 ปีเศษ ในวันลอยกระทงเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เป็นครั้งนึงที่ผมเดินเที่ยวงานลอยกระทงคนเดียว ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งไม่คิดว่าอีก 3 ปีถัดมาจะต้องสัมผัสกับความรู้สึกนี้อีก ยอมรับครับว่าวันนี้เป็นอีกวันที่เหงาๆ ไม่ได้เจอคนที่อยากเจอ ติดต่อก็ไม่ได้ เหอๆ ก็น่าเศร้าเหมือนกัน เลยตัดสินใจว่าวันนี้ไม่ไปลอยกระทงละกัน ก็พยายามคิดแบบนี้ทุกปีนะ แต่ก็อดไม่ได้จริงๆ เคยย้อนถามตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงแตกต่างกับคนอื่น ทำไมดวงเรื่องความรักเรามันไม่เหมือนชาวบ้านซะเลย ทำไมมักรักคุดตอนวันลอยกระทงทุกทีเลย วันนี้มันต้องมีอะไรแน่ๆ เลย ทั้งที่มีโอกาสได้เจอคนที่คิดว่าใช่ที่สุดเมื่อปีก่อนในวันนี้เหมือนกัน แต่สุดท้ายก็เหมือนเราจะพลาดอะไรไปแน่ๆ เหอๆ บทความรอบนี้มาแนวบ่นๆ นะครับ ก็ต้องขอโทษเพื่อนๆ น้องๆ ที่เข้ามาอ่านด้วยก็แล้วกันครับ พรุ่งนี้ก็ต้องตื่นไปทำงานเหมือนกับทุกๆ วัน อย่างไรก็ตามเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ได้เพิ่มผลงานการเขียนเรื่องสั้นขึ้นมาอีก 1 อย่าง ดีไม่ดีอย่างไรก็ลองไปอ่านกันนะครับ

เรื่องสั้น "ขนนกแห่งความทรงจำ"
    ชีวิตของผู้คนในเมืองใหญ่ยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ ถนนยามหัวค่ำของปลายฤดูใบไม้ร่วงกำลังเปลี่ยนเป็นสีขาวไปทั่ว
เพราะฤดูหนาวกำลังย่ำกลายเข้ามาแล้ว ซึ่งนั่นก็ยังคงเป็นเหตุการณ์ปกติประจำที่เกิดขึ้นทุกๆ ปีในช่วงนี้
แต่ในความทรงจำของหญิงสาววัยรุ่นอายุประมาณ 20 ปีคนหนึ่ง ยังคงจดจำเหตุการณ์ในคืนเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้วได้อย่างดี
เมื่อเขาได้พบกับชายหนุ่มรูปร่างสูง ท่าทางภูมิฐานคนหนึ่งที่กำลังมุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่งในเมืองนี้ด้วยความร้อนรน
พร้อมกับนกพิราบสัตว์เลี้ยงที่เขานำมาด้วย ลักษณะของเขายังคงตรึงตราในใจของเธออยู่ไม่เคยลืมเลือน
เธอยังคงจำชุดของชายหนุ่มคนนั้นได้อย่างดี เขาใส่เสื้อเชิ้ตสีเทาทับด้วยเสื้อสูทสีดำ เหตุการณ์ได้อย่างดีที่ชายหนุ่มคนนั้น
รู้สึกร้อนรนกับการที่เขาไม่สามารถเข้าไปทำธุระยังสถานที่แห่งหนึ่งได้ จนเมื่อในวันนั้นเธอเดินผ่านเข้าไปใกล้กับชายหนุ่มคนดังกล่าว
คงด้วยเพราะเขาไม่รู้ว่าจะขอความช่วยเหลือจากใครดี เขาจึงได้เดินเข้ามาหาเธอ พร้อมกับถามเธอว่า
“คุณผู้หญิงครับ สามารถดูแลนกพิราบของผมได้ไหมครับ ผมต้องเข้าไปยังตึกแห่งนี้ แต่เพราะเขาไม่ให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าไป
และผมก็ไม่ทราบว่าจะขอความช่วยเหลือจากใครด้วย ผมเห็นคุณผ่านเข้ามาพอดีครับ จะช่วยดูแลมันแทนผมสักครู่ได้ไหมครับ”

หญิงสาวที่ยังคงงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเล็กน้อย ก็ตอบกลับไปว่า “ได้สิ ฉันช่วยดูแลนกของคุณได้ แต่จะไปนานแค่ไหนล่ะคะ”

ชายหนุ่มกล่าวกับหญิงสาวว่า “คงจะนานสักหน่อยครับ อย่างไรผมก็จะรีบกลับมาให้เร็วที่สุดครับ”
จาก นั้นชายหนุ่มก็โถมตัวเข้ามาใกล้หญิงสาว และกระซิบข้างหูของเธอว่า “ถ้าผมไม่กลับมาในอีกประมาณครึ่งชั่วโมง คุณช่วยปล่อยมันออกมาจากกรง
และโรยอาหารไว้ใกล้ๆ กรงหน่อยนะครับ และไม่ต้องรอผมแล้ว คุณสามารถไปทำธุระของคุณได้ตามสะดวกเลยนะครับ”
ด้วย ความตกใจหญิงสาวจึงถอยออกไปเล็กน้อย หน้าเป็นสีชมพูเรืองๆ ขึ้นมาทันที และหลังจากที่ชายหนุ่มกล่าวคำขอสุดท้ายก่อนเดินหายเข้าไปยังตึก
เขาได้ จ้องมองตาของเธอ ด้วยดวงตราที่แฝงความเศร้าสร้อยอันเป็นปริศนา ที่หญิงสาวเองก็ไม่อาจจะเข้าใจได้ และไม่กี่วินาทีต่อมาจากความตื่นเต้นนั้น
ก็เปลี่ยนเป็นความสงสัย เธอพยายามจะเรียกชายหนุ่มที่เดินจากไปนั้น แต่ก็สายไปแล้ว ชายหนุ่มเดินหายลับไปในตึก ทิ้งไว้เพียงข้อสงสัยกับคำพูดสุดท้ายที่ชายหนุ่มกล่าวขึ้น

   เวลา ผ่านไปกว่าเกือบ 1 ชั่วโมง หญิงสาวได้ทำตามคำขอของชายหนุ่มเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน แต่ด้วยความสงสัยของเธอจึงทำให้เธอยังไม่ได้ไปไหน
แต่แล้วท้ายสุดเวลา ได้ล่วงเลยไปกว่า 2 ชั่วโมง ก็ไม่มีวี่แววว่าชายหนุ่มจะกลับมา ด้วยความสงสารนกพิราบเธอจึงพยายามฝากให้ผู้คนที่ผ่านไปมา
ช่วยดูแลแทนเธอ เพราะด้วยเวลาที่ผ่านไปนานจนเกือบถึงเวลาที่เธอจะต้องกลับเข้าบ้านเสียที สุดท้ายก็ได้คนใจดีช่วยดูแลให้

   จาก เหตุการณ์ในวันนั้นก็ผ่านมา 1 ปีเต็มแล้ว ถนนในยามค่ำคืนวันนี้ยังคงมีสภาพไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อ 1 ปีก่อน แต่ภาพในความทรงจำนั้น
ยังคงอยู่กับเธอพร้อมทั้งใบหน้าอันเศร้าสร้อยที่เป็นปริศนาของชายหนุ่ม...

สำหรับเรื่องสั้นนี้ขอมอบแด่ทุกๆ คนที่รู้สึกเหงา 

ปล. ไอเดียเรื่ืองสั้นจากเพลง Remember DJMAX